Article 99 do with vegus69 2556


webบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 100 พบกับ เว้ป แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่เป็นอันตราย แล้วก็ ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ ทั่วประเทศ 7 user เล่นได้ทุกอย่าง การเงินมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีอย่างน้อย เว้ปตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด 98% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ทำกำไรให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมบันเทิงใจคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่รวมทั้งนิยมที่สุดในไทย สมัคร ภายในเวลา 6 นาที รองรับโทรศัพท์มือถือ android และ ios เปิดมานานกว่า 5 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ Poker,Slots ,Slot machines,Bingo,Poker หวยไทยมั่นคงได้เงินจริง

ผู้ท้าแข่ง...
แทงบอลออนไลน์ />



ผู้ท้าแข่ง...
ควันหลงเกมบิ๊กแมตช์จากแอนฟิลด์น่าจะทำให้ภาพการลุ้นแชมป์ในปีนี้ ชัดขึ้นจากเดิม
ก่อนลงไปในสนามระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความกดดันคนละอย่าง เจ้าบ้านพบเกมใหญ่ พิสูจน์ตนเอง ''เรือใบสีฟ้า'' แมนฯ ซิตี้ ต้องชนะเพื่อกลับสู่ทางให้ได้ แทงบอลออนไลน์168 ไม่เช่นนั้นจะโดนทิ้ง 10 คะแนนแบบงี้อ่อนล้าเกิน
พบร์เก้น คล็อปป์ กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พบกันมา 8 ครั้งชนะและแพ้อย่างละเท่าๆกัน โดย คล็อปป์ ชนะเพียงแค่หนึ่งเกมในลีกนอกเหนือจากนั้นเป็นบอลถ้วย
สถิติ ''หงส์กับเรือใบ'' ที่แอนฟิลด์นั้นต้องพูดว่าเจ้าของบ้านมักทำเป็นดีมากยิ่งกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลนี่ก็แปลกครับ...กี่สมัยกี่สมัย ตั้งแต่โบราณจนถึงยุคโซเชียล มีเดีย ตัวเลขเชิงสถิติเอามาคาดการณ์ เทียบเคียงได้อยู่ตลอด เฉพาะที่แอนฟิลด์มันคือฝันร้ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาชนะได้เพียงแค่ครั้งเดียวใน 18 นัด
มันเกิดขึ้นเมื่อปี 2003 บุกมาชนะ 2-1 ที่เหลือเสมอ 5 แพ้ 13 ถ้าเกิดรวมเกมปัจจุบันพอๆกับซิตี้แพ้หงส์เพิ่มเป็น 14 จาก 19 ที่เจอะกันในยุคพรีเมียร์ลีก
มันก็แปลกครับเรื่องตัวเลขนี่
ตัดเรื่องจำนวนออกไปๆมาๆว่ากันถึงบอลในเกมที่หลายคนเชื่อว่าคงจะออกมาสนุก ดูตื่นเต้น นั่งไม่ติดพื้น ฝ่ากันแหลก เพราะไม่ใช่ฟุตบอลที่ย้ำเกมรับทั้งคู่ คงจะใส่กันอย่างต่อเนื่องตลอด 90 นาที
บอสเจเค จัดกลุ่มให้แฟนบอลสงสัยหนึ่งตำแหน่งคือพักงาน โอริกี้ เพื่ออัดแดนกึ่งกลางใส่แมนฯ ซิตี้ ส่ง เอ็มเร่ ระเบียง ลงสู่สนามแล้วขยับ อดัม ลัลลาน่า มายืนข้างหน้ากับ มาเน่ และก็ ฟีร์มีโน่ นอกจากนั้นนักฟุตบอลชุดเดิมที่ คล็อปป์ ใช้มาตลอดและไม่ค่อยแปลงเยอะแค่ไหน
จัดตัวด้วยการพัก โอริกี้ แนวคิดคือ ''บู๊ดินแดนกลาง'' ลุยแหลก การขนส่งบอลถึงดินแดนสามหรือตัดการเล่นเกมรุกของ กุน, เดอ บรอยน์ แล้วก็ ราฮีม ออกมาจากดินแดนกลางของเรือใบ ถ้าบอลไม่ถึงสามคนนี้หรือสามคนนี้ไม่มีส่วนกับเกมรุก
กองหลังหงส์ไร้แรงกดดันแล้วก็เกมรุกเรือใบตัดทอนความสามารถลง ทำให้ลิเวอร์พูลได้โอกาสคิดเล่นเกมรุกเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนทางด้านแมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนแปลงฟูลแบ็ก ซาบาเลต้า ลง จอห์น สโตนส์ หายกลับมาลง ข่าวดีคือ กุน อเกวโร่ กลับมาลงสู่สนามทำให้แนวรุกดูปึ้ก ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เบอร์ 9 ตัวปลอมอีกต่อไป เรียกว่าจะมีตัวซัพพลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง, ดาบิด ซิลบา
แท็กติกของ เป๊ป จะใช้แบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 ได้หมด แต่ว่าที่แน่ๆดาบิด สิลบา กับ เดอ บรอยน์ คือตัวฟรี ในแนวรุก ราฮีม วิ่งริมเส้นย้ำโจมตี เจมส์ ไม่ลเนอร์ ส่วนหงส์แดงนั้น 4-3-3 กึ่งกลาง 3 คนทั้งเชื่อมและตัดเกม โดยด้านหน้าสามคนวิ่งสลับตำแหน่งกันได้หมด ลัลลาน่า, ฟีร์มีโน่ แล้วก็ มาเน่ พอๆกับลิเวอร์พูลมี 6 คนที่เล่นเกมรุก
โดย เฮนเดอร์สัน ผู้เดียวที่จะคุมเกมแดนกลาง ไม่มีความสำคัญไม่เพิ่ม ปลดปล่อย เฉลียง กับ จินี่ ไวนัลดุม ใส่จากแถวสอง
เปิดฉากมา 5 นาทีแรกผู้ร่วมทีมของ เป๊ป ดาหน้าเข้ากดดัน ชิงจังหวะการเล่นเพื่อควบคุมเกมให้เร็ว ทำให้ รักที่นาร์ คลาวาน โดนเหลืองรวมทั้งตัดฟาวล์สองครั้ง การรับส่งบอลดูพลาดกล้วยๆแม้กระนั้นพวกเขาก็ไม่เสียท่าจากการโดนบีบคั้นตั้งแต่หัววัน
ตรงกันข้ามกับสิ่งที่แฟนหงส์คาดหวังและอยากได้เป็นเกมใหญ่แบบนี้จังหวะสกอร์หรือ end product ต้องเริ่ด เด็ดขาด สบโอกาสเป็นตุงตาข่าย พวกเขาทำเป็นจริงๆจากการบุกทีแรกในนาทีที่ 8 เมื่อ ลัลลาน่า เพิ่มเติมขึ้นด้านซ้ายก่อนตวัดเข้าไปแถวจุดโทษ
ในเวลานั้นกองหลังแมนฯ ซิตี้ อยู่กันสามคน แนวรุกหงส์ ยังไม่มีผู้ใดเพิ่มเข้าไปทั้ง มาเน่, ฟีร์มีโน่ ทำให้ข้างหลังซิตี้ ราวกับคุมพื้นที่สบายๆไม่ต้องประกบคนไหนกัน แต่ว่าแล้วลูกครอสเข้าในของ ลัลลาน่า นั้นโค้งเข้าไปยังจุดนับเจอที่ จินี่ ไวนัลดุม สอดขึ้นมาได้โอกาสเหมาะเจาะ โถมตัวโหม่งเต็มหน้าผากบอลพุ่งเข้าประตูสวย ท่ามกลาง 3 กองหลัง ''เรือใบ'' ยืนคุมพื้นที่กัน
เป็นระเบียบเรียบร้อยเลยจากการบุกครั้งแรกของลิเวอร์พูลแล้วได้ประตู
จากนั้นความมั่นใจและความเชื่อมั่นมา แรงเหวี่ยงมาทางหงส์ รวมทั้งเล่นได้เข้าแผน เข้าทางการทำลายเกมแดนกึ่งกลางสิตี้ จนถึงไปไม่เป็น แท็กติกของ คล็อปป์ เวิร์ก ทันที พวกเขาจัดแจงจน เดอ บรอยน์, กุน, ราฮีม นี่ไม่ต้องกล่าว เลี้ยงไม่ผ่าน มิลเนอร์ ท่ามกลางเสียงเฮของ เดอะ ค็อป ที่เกลียดขี้หน้า ราฮีม นักฟุตบอลหิวเงินเป็นทุนเดิม
เรียกว่าการตัดสายลำเลียงเกมรุกของ ''เรือใบ'' ขาดลงอย่างสิ้นเชิง
เดอ บรอยน์, สิลบา เพียรพยายามถอนต่ำ มาช่วย ยาย่า ตูเร่ กับ แฟร์นานดินโญ่ แต่ว่าก็สู้เกม เกเก้นเพรสซิ่ง หงส์ไม่ได้ แถมยังโดนตัดบอลได้แล้วตอบโต้กลับเร็วเกือบเสียลูกสองอีกต่างหาก แต่ว่าจบครึ่งแรกที่หงส์นำก่อน
ช่วงหลัง...ทุกคนรอดูการแก้เกมของ เป๊ป และก็มองพลังการเพรสซิ่งหงส์แดงซึ่งคาดว่าน่าจะแผ่ว ตามธรรมชาติ คงไม่มีพลังมาเล่นได้ราวกับครึ่งแรกแน่นอนหลายเกมพวกเราเห็นกันอยู่ ขึ้นกับการบริหารพลังของนักฟุตบอลในกลุ่มและก็คล็อปป์ ว่าจะทำยังไง
ลิเวอร์พูล ถอนต่ำไปคุมโซน มีจังหวะเพรสซิ่งบ้าง ตามโอกาส และรอคอยสวนกลับ
สิตี้ คุมเกมได้จริง แต่ว่าเข้าจุดโทษไม่ได้ หรือเข้าได้ยาก เฉียดฉิวไปเฉียดมา ยิงไกล ลุ้นจากฟรีคิกและเตะมุม แต่ว่าเกมนี้ไม่เป็นผล กล้องถ่ายรูปเพียรพยายามจับไปที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่มานั่งดูฝั่งกลุ่มเยือนกับแฟนแมนฯ ซิตี้
ทุกคนเอ๋ยถึงเกมรับที่คือปัญหาของเรือใบ
เกมนี้เปลี่ยนเป็นเกมรุกต่างหากที่มีปัญหาด้วยเหตุว่าทำไม่ได้ พอเพียงจะได้โอกาสทำก็ไม่หวือหวาน่าสยดสยอง บอลช่องไม่ทะลุแล้วก็ผ่านข้างหลังหงส์แดงยากกว่าปกติ โดยเหตุที่เรือใบเล่นลูกกลางอากาศไม่ดีอยู่แล้ว ทำให้กองหลังหงส์แดง ไม่ต้องพะวังลูกครอส
การจู่โจมของ ราฮีม ไม่เป็นผลเนื่องจากว่าผ่านทางด้าน มิลเนอร์ ไม่ได้ แถมโดนเตะฟรีๆอีกหลายดอก เล่นเอา เดอะ ค็อป ชอบใจตลกโปกฮากันทั้งสนาม
เกมรุกของเรือใบพากเพียรบีบคั้นจนกระทั่งนาทีที่ 80 ที่มองน่ากังวลคือเหตุการณ์ที่นำ 1-0 ของลิเวอร์พูลนำไปสู่ความเคร่งเครียด กลัวข้อผิดพลาดในเกมรับของหงส์จะมีผลให้โดนตีเสมอแล้วก็บางทีอาจทำเกมเปลี่ยนมือไปเข้าทางแม่น้ำใบ
ตอนนาทีที่ 60-80 เป็นช่วงๆขณะที่เรือใบทำได้ดีในเรื่องของเกม เบาๆบีบบีบคั้น จนถึงลิเวอร์พูลบุกไม่ขึ้นถึงแม้เปลี่ยนแปลง โอริกี้ ลงมาแต่กลุ่มก็ขาดความแน่ชัดสำหรับเพื่อการให้บอล เรียกว่ายังไม่เริ่ด จังหวะสวนกลับได้โอกาสดีๆบ่อยมากแต่ว่าเด็กหงส์ ไม่เนี้ยบสำหรับการให้บอลดินแดนในที่สุด
นั่นก็เลยทำให้เรือใบมีลุ้นตีเสมอและก็ทำให้เกมอยู่ในมือของพวกเขา
เพียงแต่...กุน อเกวโร่ นี่ไม่ได้ช่องทางเล่นบอลอะไรเยอะแค่ไหน โดยเฉพาะทีเด็ดของเขาในกรอบ 18 หลา ที่อันตราย เขามิได้บอลในจุดโทษเลย อุตสาหะหนีโซน เพรสซิ่ง ของหงส์แดง ออกมาเพื่อเชื่อมเกมรุก
สุดท้ายไม่ได้เรื่อง พอบอลไปสู่ 10 นาทีสุดท้ายหงส์แดงเล่นดึงเกม เน้นการครอบครองบอล มานะใช้เวลาให้หมดไปเพื่อรักษาผลเอาไว้ให้ได้ จนถึง 5 นาทีสุดท้ายบวกช่วงต่อเวลาพิเศษกลายเป็นลิเวอร์พูลที่ได้บอลบุกเล่นกับเวลาในแดนสิตี้
จนกว่าจบเกมด้วยชัยชนะอย่างหวุดหวิด 1-0 ได้สามคะแนนล้ำค่าส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จัดของขวัญให้เด็กหงส์ทั้งโลกแฮปปี้
ชัยชนะต่อแมนฯ ซิตี้ ในเกมนี้เท่ากับในยุคของ คล็อปป์ ตั้งแต่ 15 ตุลาคมคุมทีมแล้วมีสถิติที่ดีในเกมระดับท็อป กับทีมใหญ่ (เฉพาะในลีก) ตั้งแต่แมื่อเกมแรกเสมอสเปอร์ส 0-0 จนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเชลซี, อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส และก็แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เขาแพ้แค่หนึ่งเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
เฉพาะปีนี้ตั้งแต่นัดแรกชนะอาร์เซน่อล 4-3 เสมอแมนฯ ยูฯ 0-0, เสมอสเปอร์ส 0-0, ชนะเชลซี 2-0 ชนะแมนฯ ซิตี้ ปัจจุบัน 1-0 คิดเฉพาะเกมกับทีมใหญ่ 15 คะแนน พวกเขาเก็บได้ 11 หายไป 4 แต้ม
จัดว่าดีเยี่ยมที่สุดทีเดียว
ควันหลงเกมนี้ มิลเนอร์ จัดการ ราฮีม อยู่หมัดและก็เล่นเจริญ หงส์แดง เอคโค่ ให้ มิลเนอร์ เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ส่วนบีบีซี และอีกหลายสื่อเลือก จินี่ ไวนัลดุม เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ขณะที่ อดัม ลัลลาน่า เป็นหัวใจในเกมรุกดังเดิม
มีพัฒนาการอะไรบ้าง...นอกจากขั้นตอนการเล่นเกเก้นเพรสซิ่งของ คล็อปป์ ที่มองมีอนาคต
การรักษาผลงานที่แม้จะชนะกลุ่มใหญ่มาตายทีมเล็ก แม้กระนั้นวิกฤติการณ์ย่อยๆพวกเขาหยุดมันไม่ให้ขยาย เกมแพ้บอร์นมัธ 3-4 เกมแพ้เบิร์นลี่ย์ 0-2 หยุดเท่านั้น พวกเขากลับมาชนะได้ในทันที รวมทั้งทำให้ผลงานต่อเนื่องสำหรับเพื่อการลุ้นพื้นที่ชปล. สม่ำเสมอจากราคาที่สื่อและฉันรูมองว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์
เกมรุกดุเดือดที่สุดในลีกยิงไป 46 ประตู
นักเตะทุกขุมกำลังจะมีส่วนกับการยิงทั้งยัง 46 ลูก กองหน้าที่มี มาเน่, ฟีร์มีโน่, คูตำหนินโญ่ ยิงรวมกัน 23 ลูก อันนี้ตามสูตรกองหน้าจำเป็นต้องยิงมากกว่าทุกแดน นี่ก็ครึ่งเดียวของประตู มิดฟิลด์รวมนัดปัจจุบันที่ จินี่ ขึ้นโขกเป็น 15 ลูก กองหลังใช่เล่นครับผม มาตำหนิป, ลอฟเรน รวมทั้งเราต้องเหมารวม ไม่ลเนอร์ ไปด้วยเพราะเขาคือแบ็กซ้ายตัวหลักในปีนี้
กองหลังหงส์มีส่วนกับประตู 8 ลูก เป็นไม่ลเนอร์ 5 ลอฟเรน 2 มาตำหนิป 1
เกมรุกคือสิ่งที่พาหงส์แดงมาอยู่ในพื้นที่สำคัญของลีกและก็จะมุ่งหน้าไปในแนวทางที่ติดตามเชลซีอย่างไม่ลดละ ขณะที่เกมรับยังเป็นปัญหาที่จำต้องปรับปรุงแก้ไข ถึงแม้ว่า คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่าเขาไม่หนักใจเรื่องเกมรับด้วยเหตุว่าเกมรุกของทีมคือสิ่งสำคัญกว่า
คนไหนกันวิจารณ์เกมรับก็วิจารณ์ไป แต่เขาเลือกมองดูเกมรุกของทีม
แน่ๆครับผม...ผจก.อาจไม่วิภาควิจารณ์ทีมตัวเองแบบเจาะลึกรายละเอียดผ่านสื่อ อาจจะไปว่ากันในสนามฝึกซ้อมหรือห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายโน่น ดูจากพฤติกรรมของผู้ฝึกสอนในสนามแข่งขันคงจะมองเห็นแล้วว่าเขาคิดอ่านอย่างไรกับเสียงวิจารณ์รอบด้าน
เอาล่ะครับมาถึงปัญหาสำคัญ...คือ ''หงส์ลุ้นแชมป์ได้ยัง''
ผมเคยบอกกับพี่ บอ.บู๋ ไว้ตั้งแต่ 5-6 นัดแรกที่กำลังเปรี้ยงปร้างอยู่นั้นว่าขอเวลาดูจนครึ่งซีซั่นหรือถึงธันวาคม ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาฟอร์ม, การแก้ปัญหาของทีม การเจอเกมใหญ่ หรือเกมกดดัน
อะไรก็แล้วแต่ที่เข้าเกณฑ์คุณลักษณะของการร่วมลุ้นแชมป์
ณ จุดนี้มันอาจจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าลิเวอร์พูลยุค พบร์เก้น คล็อปป์ ได้พาตนเองมาอยู่ในตำแหน่งที่ตามหลังเชลซี 6 คะแนน โดยตารางแล้วก็ผลงาน 19 นัดแรกพวกเขากลายเป็นผู้ท้าชิงที่โดดมาจากแมนฯ ซิตี้ แล้วก็อาร์เซน่อล
หงส์แดง จะกระทำตัวเป็นผู้ไล่ล่าเชลซี กลุ่มชนะรวด 13 นัดหมายและก็ยังแรงดีไม่มีตกและก็เป็นทีมที่ดีที่สุดในลีก ในเรื่องผลงาน, แท็กติกหรือขั้นตอนการเล่น
ใช่ครับผม...''ลิเวอร์พูล'' ลุ้นแชมป์กับเชลซีอย่างจริงจัง
หากมีคนถามต่อว่า ''แล้วรู้สึกว่าหงส์แดงจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกหรือเปล่า ?''
ผมตอบก่อนเลยว่า ''ณ จุดนี้คือ 19 นัดหมายยังไม่ดีพอในการคว้าชัยชนะ''
ยังคงเป็นได้แค่ผู้ท้าชิงเพียงแค่นั้นขอรับ

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ บอล แจก โบนัส ฟรี 2018 เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก2019 เว็บพนัน ดีที่สุด pantip เว็บพนันบอล ดีที่สุด เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2019 พนันบอลออนไลน์ ฟรี เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 live